ขุนค้อน, westham, coronavirus, covid-19

ขุนค้อน ติดไวรัส 8 คนรวด

เดอะซัน รายงานว่า คาร์เรน เบรดิ์ รองประธานบริหารของสโมสร ขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์ ยอมรับด้วยตัวเองว่า นักเตะภายในทีมถึง 8 คน ติดไวรัสโคโรนา หรือ COVID-19 และทั้งหมด ถูกแยกเพื่อรักษาตัวแล้ว

เบรดี้ เผยว่า นักเตะที่ป่วยโรค COVID-19 ส่วนใหญ่ ไม่มีอาการรุนแรง และจากการสืบต่อไป ไม่พบว่า คนในครอบครัว ของนักเตะเหล่านั้น มีการติดเชื้อเพิ่ม

เบรดี้ รองประธานสาวใหญ่ ของสโมสร ขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เป็นคนแรก ที่เปิดประเด็น อยากให้ พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้ เป็นโมฆะ จนถูกแฟนบอลจำนวนมาก รุมต่อว่า โดยแฟนบอล ต่างพากันตั้งคำถามว่า ขณะที่อังกฤษ มีคำสั่ง ล็อกดาวน์ทั้งประเทศ แต่ทำไม นักเตะของสโมสร ถึงมีอาการป่วย เป็นกลุ่มเยอะขนาดนี้

พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอลลีกอังกฤษ และสมาคมนักฟุตบอลอังกฤษ นัดประชุมด่วน เกี่ยวกับการกำหนดทิศทางในอนาคต ของฤดูกาล ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ยังเหลืออยู่อีก 9 นัด แต่ลีกถูกเลื่อนออกไป จนถึง 30 เม.ย. เป็นอย่างน้อย เนื่องจากวิกฤต COVID-19 พร้อมระบุว่า สถานการณ์ในเวลานี้ ทำให้ทุกฝ่าย ตัดสินใจได้ยากมาก

“พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอลลีก อังกฤษ และสมาคมนักฟุตบอลอังกฤษ มีการประชุมหารือกันในวันนี้ เพื่อพูดคุยหาแนวทาง เพื่อรับมือสถานการณ์ การระบาดของ COVID-19 ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยทั้ง 3 องค์กร เห็นพ้องว่า ตอนนี้มันยาก ที่จะต้องตัดสินใจ ในการดำเนินการ บรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ ที่กำลังได้รับจากการเลื่อนเกมการแข่งขัน ในฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ และเห็นพ้องที่จะทำงานร่วมกัน ในการหาทางออก”

เกมลีก จะไม่กลับมาแข่งขันอีกครั้ง ก็ต่อเมื่อ สถานการณ์ปลอดภัย และได้รับอนุญาต ตามเงื่อนไขเท่านั้น การประชุมครั้งต่อไป จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดแผนการร่วมกัน เพื่อจัดการกับสถานการณ์ ที่ยากลำบากนี้ ทั้งเกมลีก สโมสร ผู้เล่น สต๊าฟ และแฟนบอล

รายงานข่าวระบุว่า สโมสร พรีเมียร์ลีก 14 ทีม เริ่มมีความเอนเอียง ที่จะให้การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ เป็นโมฆะ

โดยสถานการณ์ก่อนลีกเลื่อน ลิเวอร์พูล นำจ่าฝูง เหนือ แมนฯ ซิตี้ ถึง 25 แต้ม และต้องการชัยชนะอีก 2 นัด จะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก ในรอบ 30 ปี

ขณะเดียวกัน บอร์ดบริหารของ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นหนึ่งในทีม ที่ต้องการให้ลีก เดินหน้าต่อ แม้จะว่าฤดูกาลนี้ จะจบลงด้วยการ เห็นคู่อริตลอดกาล ชูถ้วยแชมป์ก็ตาม

สำหรับแฟนบอล หงส์แดง ลิเวอร์พูล คงต้องมาลุ้นกันต่อว่า ทีมรักของพวกเขา จะมีดวง ได้ชูถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ลีก ครั้งประวัติศาสตร์ ของสโมสรหรือไม่

About: admin