ASIAN CUP 2027

ASIAN CUP 2027

เร็วๆมานี้ ในการประชุมใหญ่ ของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ที่ฮ่องกง เมื่อ ธ.ค.ปี ที่แล้ว ได้มีการถกกัน ถึงประเด็นการเสนอตัว เป็นเจ้าภาพรายการใหญ่ อย่าง ASIAN CUP 2027 ในอีก 7 ปีข้างหน้า

โดยหนนี้ ที่ประชุม มีความเห็นว่า ควรเปิดให้มีการยื่นซอง กันเสียแต่เนิ่นๆ เพราะรายการดังกล่าว มีสเกลที่ใหญ่มาก อีกทั้ง จากการเตรียมความพร้อม ในรายการที่ผ่านๆมา ทั้งการเป็นเจ้าภาพ ฟุตบอลโลก ของกาตาร์ และการเป็นเจ้าภาพของจีน ใน ASIAN CUP 2023 ต่างก็มีปัญหา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาในการสร้างและปรับปรุงสนาม กาตาร์ ประสบปัญหาด้านแรงงาน ที่เรื่องของสิทธิมนุษยชน ได้มีการถูกยกเป็นประเด็นสำคัญ ในขณะที่จีนเอง ก็ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 ทำให้แผนงานในหลายมณฑล มีอันต้องหยุดชะงัก

ดังนั้น เพื่อให้ชาติเจ้าภาพ มีความพร้อมมากที่สุด เอเอฟซี จึงมีมติให้ การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ใน ASIAN CUP 2027 ที่จะมีการจัดขึ้น ในอีก 7 ปีข้างหน้า จะทำกันตั้งแต่เนิ่นๆ และขยายเวลายื่นซองออกไป ได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน

จุดที่สำคัญคือ ในเวลานี้ มีเพียงประเทศซาอุดีอาระเบีย เพียงชาติเดียวเท่านั้น ที่แจ้งความจำนงมาแล้ว อย่างเป็นทางการ และมีข่าวออกมาจากหลายสำนักว่า อินเดียเอง ก็แสดงความสนใจเช่นกัน เพราะหากได้รับเลือกนี่ จะเป็น ASIAN CUP ครั้งแรก และครั้งประวัติศาสตร์ ในบ้านของพวกเขา

เราทุกคน ต่างรู้กันดีว่า การจัดรายการใหญ่ระดับนี้ นอกจากจะเป็นเรื่องของ เงินๆทองๆ ที่ต้องมีการวิเคราะห์กันให้ดี ชนิดที่ว่า “ต้องละเอียดทุกเม็ด” เรื่องของชื่อเสียง หน้าตาในสายตานานาประเทศ ก็เป็นอีกประเด็น ที่มีความสำคัญ และต้องมีการ บวก ลบ คูณ หาร กันให้ดีเลยแหละ (หากจัดออกมาดี ไม่เพียงแต่จะได้รับการชื่นชม แต่ยังเหมือน เป็นการฉายสปอร์ตไลท์ให้ตัวเอง ต่อสายตาประชาคมโลก แต่ในทางกลับกัน ถ้าท่าออกมาแย่ ก็ไม่ต่างจากการ เอาตัวเองไปประจาน บนเวที ที่มีผู้ชมมากกว่า สองพันห้าร้อยล้านคนเช่นกัน)

คำถามที่น่าสนใจคือ แล้วพี่ไทยล่ะ มองเรื่องนี้อย่างไร? จะดีมั้ย ถ้าเราจะขอแจมกับเขาบ้าง?

แต่ก่อนที่จะไปตอบคำถามนี้ บางที่ เราอาจต้องลองพิจารณา 2 ชาติ ที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพกันดูก่อน พวกเขาเหล่านั้น มีความพร้อมมากแค่ไหน? และกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?

“สปอร์ตเอ็นเตอร์เทนเมนต์” ถือเป็นเรื่องหนึ่ง ที่ถูกพูดกันมาก ในไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ แม้แต่ตู่เอง ก็ยังเคยออกมายอมรับว่า เจ้านี่ คือ 1 ใน 12 แผนงาน ที่ กกท.จะต้องทำให้สำเร็จให้ได้ เพราะการเป็นเจ้าภาพ ในรายการระดับนานาชาติ ถือเป็นการ ดึงดูดนักท่องเที่ยว ควบคู่กับการกระจายรายได้ ไปสู่ชุมชน (มีการลงทุน และมีเงินหมุนเวียนสะพัดในระบบ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังจัดการแข่งขัน)

เพียงแต่ไทย ไม่ได้มีเงินถุงเงินถัง เท่าชาอุฯ และแพชชั่น ก็ไม่ได้มีมากเท่าอินเดีย เมื่อเปรียบเทียบกันด้านปริมาณ (หากมองในมุมของโอกาส ในการทำเงินจาก ค่าโฆษณา, ค่าสปอนเซอร์ และกิจกรรมทางการตลาด อินเดียเอง ก็จัดอยู่ในเกณฑ์ ที่เตะตาเอเอฟซีมากกว่า)

อีกทั้ง ถ้าจะว่ากันในด้าน การสนับสนุนจากภาครัฐ (เมื่อเปรียบเทียบกัน) มันก็ยังเป็นเรื่องที่ตอบได้ยาก เพราะจริงอยู่ ที่ ASIAN CUP จะนำมาซึ่งเม็ดเงินมหาศาล แต่ก็ต้องแลกมาด้วย การลงทุนที่มากไม่แพ้กัน มันจึงเป็นความเสี่ยง ที่อาจไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาล

ทั้ง กาตาร์ และ อินเดีย ต่างเห็นตรงกันว่านี่คือ “โอกาส” แล้วเราล่ะ มองกันแบบไหน? คือ “ความท้าทาย” หรือแค่ “เรื่องไกลตัว” ที่เป็นไปไม่ได้ ?

About: admin


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *